Jul.03

บทเรียนในอดีตสำคัญมาก ( จงมองการเมืองอย่างพยายามเข้าใจ )

ในอดีต พรรคไทยรักไทย ในสมัยแรกที่ไทยรักไทยได้คะแนนนำ ได้พยายามบริหารบ้านเมือง และจัดระเบียบบางอย่างใหม่ โดยผยองในคะแนนเสียงที่มวลชนเลือกให้

และก้าวล่วงความอ่อนไหวของบางสิ่งไป รวมทั้งปัญหาคอรัปชั่นและเอื้อประโยชน์ต่อพวกพ้อง เป็นเหตุให้ต้องหลุดพ้นจากอำนาจ

และในขณะนั้น พรรคประชาธิปัตย์จึงกลายเป็นตัวเลือก ที่มีความซื่อสัตย์สุจริต และต้องการความปรองดอง จึงได้มีโอกาสมาบริหารบ้านเมือง

แต่แล้วความไว้วางใจที่ได้มอบให้กับพรรคประชาธิปัตย์ ก็ทำให้มวลชนผิดหวัง ทั้งปัญหาคอรัปชั่น และการแก้ปัญหาบ้านเมือง รวมถึงความปรองดองที่ทำไม่สำเร็จ

จึงทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยจึงได้คะแนนทิ้งห่าง และยังรุกเข้ามาแย่งฐานเดิมของพรรคประชาธิปัตย์อีกด้วย

และเนื่องจากผู้อยู่เบื้องหลังไทยรักไทย มีทุนเงินมหาศาล จึงจัดตั้งสื่อสารมวลชนเฉพาะ และผนวกรวมกลุ่มกับอิทธิพลบางอย่าง

สร้างภาพผู้ถูกรังแกและไม่ได้รับความเป็นธรรม และใช้สื่อสารมวลชนท้องถิ่นของตน ปลุกระดมและปลูกฝังรักษาแนวคิดของเหล่าแกนนำแดงไว้ จนทำให้บ้านเมืองวอดวายไปปีก่อนก่อน

ซึ่งผิดกับพรรคประชาธิปัตย์ ถึงแม้เป็นผู้มีอำนาจ (ซึ่งอาจจะขาดเงินทุน เพราะคอรัปชั่น) และมีสื่อบางสื่อช่วยเหลือ แต่ไม่สามารถยึดมวลชนที่เลือกเสพแต่สื่อแดง และขาดกลยุทธ์ในการสร้างสื่อสารมวลชนใหม่ เพื่อสร้างความเข้าใจและขจัดความขัดแย้ง

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ที่ผมเขียนขึ้นมา ไม่ได้สนับสนุนฝ่ายใดทั้งสิ้น แต่เพื่อสรุปบทเรียนและข้อผิดพลาดในอดีตอย่างคร่าวๆ เท่านั้น

ผมมองการเมืองอย่างพยายามเข้าใจ ไม่ยึดกับพรรคใดพรรคหนึ่งแล้ว ผมสนแต่เพียงว่า รัฐบาลจริงใจและทำได้ตามที่สัญญากับประชาชนไว้หรือไม่ และก็อย่าคอรัปชั่นกันจนเกินไปนัก เพราะนั่นอาจเป็นจุดเปลี่ยนของรัฐบาล

Politics,Spirit